ประสบการณ์บินเดี่ยวครั้งแรก First Solo flight

UploadImage

ช่วงชีวิตหนึ่งของศิษย์การบินที่น่าจดจำคือการปล่อยเดี่ยว เพราะนั่นคือสัญญาณที่บอกว่าเราพร้อมแล้วที่จะหัดควบคุมเครื่องบินได้ด้วยตัวเองก่อนที่จะเข้าสู่การบินอย่างมืออาชีพ 
 
การปล่อยเดี่ยวจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้ศิษย์การบินในการนำเครื่องขึ้นไปด้วยตัวเอง และกลับลงมาด้วยตัวเองอาจจะมีหรือไม่มีครูคอยพากษ์ผ่านวิทยุอยู่ด้านล่างแต่คนที่ลุ้นไม่แพ้กันคือเพื่อนในรุ่นที่มายืนมอง และลุ้นว่ามันจะเอาเครื่องไปลงตรงไหนของสนามบิน แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ก็มีการเคี่ยวเข็ญจากครูการบินที่จับศิษย์บินขึ้นบินลงเป็นร้อยเที่ยว จนศิษย์เห็นภาพ การนำเครื่องลงและแม่นในเรื่อง Procedure อย่างดี
 
ศิษย์จะถูกครูประกบแล้วคั่วขึ้นลงสนาม (touch and go) ครั้งแล้วครั้งเล่าบางครั้งมาดีมุมร่อนสวยลงสนามเฟิร์มก็ยังไม่นิ่งนอนใจ ครูจะคั่วต่อเผื่อที่ว่าครั้งนั้นแค่ฟลุ๊กผีออกพอดี วันไหนผีเข้าก็อาจจะลงห่วยพาครูลงกระแทก จับกบหลายทีหรือลงมาแล้วเอายางเบียดรันเวย์จนร้อง "เอ๋ง" (เสียงเวลาลงสนามแล้วยางเฉือนหรือถูกับรันเวย์ในมุมที่ไม่ถูกต้อง มักจะมีเสียงร้องเหมือนหมา พวกช่างจะบอกว่าวิ่งทับหมา) อย่างแรงหน่อยก็ยางแตกกันบนรันเวย์จนต้องวิ่งไปลากให้พ้นรันเวย์ นอกจากนี้การฝึกอาจจะโดนรบกวนจากพี่ใหญ่สายการบินที่มีการบินประจำสู่สนามบินนั้นๆ ครูและศิษย์ถ้าไม่รีบลงก็อาจจะต้องบินวนรอแถวๆสนามบินไปเรื่อยๆจนกว่าหอจะเคลียร์ให้ลง หากเจอตอนโซโล่ก็อาจจะไปไม่ถูกกันเลยทีเดียว
 
แต่ความพร้อมของศิษย์อย่างเดียวไม่พอ ต้องพกดวงที่ดีมาด้วย ถึงแม้ว่าครูการบินได้ฝึกขึ้นลงเป็นอย่างดีแล้ว หากวันนั้นฝนตก อากาศปิด สนามบินใช้งานไม่ได้ หรือแค่วันนั้นลมดันเปลี่ยนทิศแล้วต้องปรับทิศทางการขึ้นลงเป็นอีกทางหนึ่งก็แย่แล้วครับ การฝึกในช่วงนี้ใช้การมองพื้นที่เอา ถ้ามุมเปลี่ยนก็เล็งสนามไม่ถูก แทนที่จะลงได้กลัวจะลงมาแล้วหักที่พื้นแทน ครูไม่เสี่ยงหรอกครับ หลายคนอาจจะคิดว่าเครื่องมือช่วยบินมีออกเยอะแยะ อุปกรณ์ร่อนลงที่ภาคพื้นก็มีทำไมไม่ใช้...เพราะการฝึกต้องฝึกให้มีพื้นฐานดี ถ้าอุปกรณ์มันเกิดเสียขึ้นมาแล้วมัวพึ่งสิ่งเหล่านั้นก็คงลงสนามไม่ได้เลยหล่ะครับ
 
เมื่อศิษย์พร้อมครูพร้อม ครูจะพาขึ้นลงอีกซักทีสองทีแล้วก็หันมาบอกว่า "เอ้าพร้อมแล้วปล่อยเลยแล้วกัน" ผมรับรองว่าความรู้สึกศิษย์มือใหม่คงเหมือนกันหมดพร้อมคำถามในใจว่าเราพร้อมแล้วจริงหรือเปล่า ความรู้สึกที่อยากจะบอกครูว่า "เอาจริงเหรอครู...ขออีกทีได้ไม๊...พรุ่งนี้เถอะ" แต่ครูก็เปิดประตูออกไปแล้วหันมาบอกว่า "ล๊อกประตูแล้วปิดหน้าต่างฝั่งครูด้วย" ทั้นใดนั้น Call sign จะถูกเปลี่ยนทันทีไม่ว่าก่อนหน้าใช้ call sign อะไร จะพ่วงท้ายด้วยคำว่า "first solo" เพื่อบอกหอบังคับการบินและคนอื่นบนฟ้าว่า "จะโซโล่แล้วนะ...หลีกทางให้หน่อย...ขออภัยถ้าทำอะไรผิดไป"
 
ที่นั่งด้านขวาโล่งไปแล้ว ศิษย์เริ่มสับสนในหัวว่าควรจะทำอะไรก่อนหลัง จะวิทยุเขาว่าอย่างไร ผมเชื่อว่าคนบนหอคงแอบหัวเราะคิกคักกันว่ามันตื่นเต้นจน voice ผิดๆถูกๆ ศิษย์มันจะมัวพะวงว่าลืมทำอะไรหรือเปล่า ระหว่างนี้ก็ taxiและทำ procedure เพื่อเตรียมตั้งตัวบนรันเวย์ เร่งเครื่องยกตัวขึ้นไป ครั้งนี้รู้สึกว่ายกง่ายเป็นพิเศษเพราะไม่มีน้ำหนักด้านขวา แถมเงียบมากๆอีกด้วย ศิษย์ฯ เริ่มเลี้ยวเข้า Down wind (trackที่ขนานกับสนามบิน แต่ทิศทางตรงกันข้ามกับตอนวิ่งขึ้น) เมื่อบินมาถึงแนวขนานที่ตรงกับท้ายรันเวย์ฝั่งที่ตั่งตัวก่อนวิ่งขึ้น ก็เริ่มทำขั้นตอนเตรียมร่อนลง ตอนนี้บางคนก็พูด procedure เองทำเหมือนมีครูนั่งข้าง "ยกหัว รอ สปีด เปิดแฟล๊บ กันเท้า ร่อนสปีดคงที่ เล็งหัวไปที่บ้านตรงนั้น ผ่านแท๊งค์น้ำแล้วเลี้ยวเข้า เบส เปิดแฟล๊บอีกขั้น ย้ำหัวเลี้ยวเข้า final ร่อนสปีดคงที่ เล็งที่ตัวเลข ถึงแล้วผ่อน idle เงยรับหนึ่ง รันเวย์เห็นเต็มคาโนปี เงยรับสอง แฟลร์ แล้วทัช" 
 
สิ่งที่ดีที่สุดคือลงมาได้แล้วไม่หักไม่กินหญ้าข้างรันเวย์ หอก็วิทยุแสดงความยินดีอาจจะมีแซวเล็กๆน้อยๆ ให้ศิษย์ฯพอเขินอาย เพื่อนๆที่ยืนฟังวิทยุเฮกันลั่น!
เมื่อมาถึงลานจอดก็จัดการดับเครื่องตามขั้นตอน (รุ่นผมตกลงกันว่า ใครพลาดจุดไหนชดใช้ด้วย สิงห์หรือช้าง 1ฝูง เท่ากับลังนึง) ลงมาก็มากระทำพิธีลดความตื่นเต้นด้วยการสาดน้ำให้กับ

ข้อมูลประสบการณ์ดีๆที่เป็นประโยชน์กับน้องๆ
ขอบคุณ
เพจกว่าจะเป็นนักบิน  

จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด 9,318 คน เขียนข่าวโดย : AVIATOR

สามารถแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นค่ะ
สมัครสมาชิก / Login เข้าสู่ระบบ
ข่าวล่าสุด new 23 พ.ค. 59
คำค้นหา